บทที่ ๑ กว่าจะเป็นน้องจูน
จูนคะ
วันที่ ๒๓ ตุลาคม เป็นวันที่แม่รู้ว่าแม่มีหนู ตอนนั้นแม่กลับไปเยี่ยมบ้านที่นครสวรรค์ แล้วก็เกิดอาการเหมือนแพ้ท้องเลยแวะซื้อแถบวัดการตั้งครรภ์มาลองตรวจดู ตอนที่แถบขึ้นสองขีด แม่ดีใจมากเลยนะลูก แต่มาแป้กตอนที่ให้พ่อดูแล้วพ่อหนูพูดว่า “สองขีดนี่หมายความว่าอะไรอ้ะ” ฮ่าๆๆๆ รู้เลยว่าไม่เคยมีลูกและไม่เคยทำผู้หญิงท้อง ฮ่าๆๆๆ
ตอนนั้นแม่บอกคุณตาของหนูเป็นคนแรก เพราะคุณยายหนูอยู่โรงพยาบาลกับคุณทวดและคุณชวด ตอนนั้นคุณทวดไม่สบาย น่าสงสารมากเลย แล้วทั้งบ้านก็เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม ข่าวดีเรื่องหนูเป็นเหมือนแสงสว่างให้คนทั้งบ้านเลยนะคะ ลูกสาว
พอหนูอยู่ในท้องแม่ได้สองเดือน แม่ก็ตกเลือด หนูรู้จักอาการตกเลือดไม๊ลูก มันคือมีเลือดออกจากช่องคลอด แม่ตกใจมาก รีบให้พ่อพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงธน ๑ ที่ใกล้บ้านที่สุด ผลการตรวจระบุว่าแม่มีอาการรกเกาะต่ำ อาการแบบนี้คืออากรเสี่ยงต่อการแท้งหรือเสียหนูไปก่อนเวลาอันควร คุณหมอสั่งให้แม่นอนพักอยู่ที่บ้าน ๒ อาทิตย์ เมื่อได้รับคำสั่งว่าให้ “พัก” คำว่า “พัก” ของแม่คือ ไม่ต้องทำงาน ทำใจให้สบายแล้วก็อย่ายกของหนัก แม่ก็เลยพักผ่อนสบาย ๆ เดินขึ้นลงบันไดอยู่ในบ้านรังสิต แล้วก็ช่วยงานอาม่าของหนูไปตามเรื่องตามราว จนเกือบ ๒ อาทิตย์เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิด
วันสิ้นปี แม่ตกเลือดอีกครั้ง คราวนี้ตกเลือดมากเหลือเกิน มากจนต้องให้พ่อวิ่งไปเอาผ้าอนามัยมาให้แม่ใส่ แล้วรีบออกไปโรงพยาบาลปทุมเวชที่ใกล้บ้านที่สุด แม่ใจเสีย...เกิดอะไรขึ้น ทำไมเลือดออกขนาดนั้น หนูหลุดไปหรือยัง กังวัลใจไปหมด พอถึงโรงพยาบาล แม่เข้าตรวจ คุณหมอผู้หญิงให้แม่ตรวจภายใน แล้วก็อัลตร้าซาวน์ ขอบคุณคุณพระคุณเจ้า แม่ยังเห็นหนูดิ้นดุกดิกอยู่ หัวใจน้อย ๆ ของหนูยังเต้นเร็วอยู่ตามมปกติ แต่คุณหมอกลับพูดกับคุณพ่อว่า “เด็กยังมีชีวิตอยู่นะ จะเอาออกเลยไม๊”
แม่จะไม่มีวันลืมประโยคนี้เลย มันเหมือนฟ้าฟาดกลางใจ คุณหมอชี้แจงว่าแม่ตกเลือดมาก ถึงเก็บเด็กเอาไว้ก็คลอดก่อนกำหนด เกิดมาก็ไม่แข็งแรงหรอก เอาออกตอนนี้เลยดีกว่า แม่เริ่มร้องไห้ ทำไมต้องเป็นแม่ ทำไมต้องเป็นหนู ทำไมหมอต้องพูดจารุนแรงกับแม่ที่กำลังจะเสียลูกอย่างนี้ด้วย
คุณพ่อเดินออกไปข้างนอก โทรหาคุณหมอที่โรงพยาบาลกรุงธน ๑ ที่ดูแลพวกเรา แล้วกลับมาบอกคุณหมอที่นี่ว่า “เราจะเก็บลูกไว้” แม่เริ่มร้องไห้ คุณหมอเลยสั่งให้พยาบาลเตรียมฉีดยากันแท้งและยาห้ามเลือดให้แม่ การฉีดยาไม่เจ็บเลยลูก แต่แม่ร้องไห้ตัวโยน แม่กลัวเสียหนูไป แม่ใจเสียกับหลาย ๆ อย่างที่คุณหมอที่นี่บอก แม่เสียกำลังใจ
วันต่อมา แม่ไปหาคุณหมอสิงห์ทองที่โรงพยาบาลกรุงธน ๑ คุณหมอตรวจแม่อีกที แล้วบอกให้สบายใจ ไม่ได้หนักหนาอะไร แล้วให้พักอีก ๒ สัปดาห์ พักแบบ Bed Rest ที่ห้ามลุกออกจากเตียงยกเว้นแต่เดินไปเข้าห้องน้ำ ห้ามทำกิจกรรมใด ๆ เด็ดขาดแม้แต่เดินขึ้นลงบันได
ช่วงนั้นแม่ผ่านความทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจมาได้ หนูต้องขอบคุณคุณพ่อที่คอยกอดและให้ความรัก ให้กำลังใจแม่ตลอดเวลา ขอบคุณคุณปู่ คุณย่าที่ดูแลแม่อย่างดี คุณปู่เคยแม้กระทั่งเดินออกจากบ้านเราไปตั้งไกลเพื่อไปซื้อของกินให้แม่เลยนะลูก ขอบคุณคุณตา คุณยายที่เป็นกำลังใจให้แม่ คอยปลอบประโลมและย้ำเตือนให้แม่เข้มแข็งเพื่อหนู ขอบคุณเจ้านายของแม่และเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจแม่ที่ต้องหยุดงานถึง ๑ เดือน เพื่อรักษาตัว หนูเกิดมาด้วยความรักและความห่วงใยของทุก ๆ คนรอบตัวนะลูก หนูเป็นที่รักนะคะ
หลังจากสองอาทิตย์อาการตกเลือดก็ดีขึ้น จนแม่เป็นปกติ มีแต่ต้องดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ ห้ามเดินเร็ว ห้ามยกของหนัก ช่วงที่แม่กลับไปทำงาน แม่นั่งแท็กซี่ไปทำงานทุกวันเลยนะ หมดไปหลายเลยล่ะ T_T แต่กลายเป็นว่าแม่แพ้ท้องหนักแทน ช่วงห้าเดือนแรก แม่แพ้ท้องตลอด แม้แต่น้ำเปล่าก้ดื่มแทบไม่ได้ กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกหมด ของที่วันนี้กินได้ วันต่อไปก็กินไม่ได้ซะแล้ว ลำบากคุณพ่อต้องสาละวนหาของกินให้วุ่นไปหมด ช่วงห้าเดือนแรก น้ำหนักแม่ลดลงไป ๕ กิโลแน่ะลูก แต่พอหลังจาก ๕ เดือนแม่ก็น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากเดิมมาอีก ๑๗ โล จากตอนเริ่มต้นที่ ๖๕ กิโลกรัม ตอนก่อนคลอดหนู แม่หนัก ๗๗ กิโลกรัมแน่ะ อ้วนเท่าคุณพ่อเลยล่ะ ^_^
ช่วงเดือนสุดท้ายก่อนจะคลอดหนูเป็นอะไรที่นอยด์มาก ... อาการอะไรนิดหน่อยแม่ก็ตีความว่าจะคลอดตลอด เพราะฝังใจว่าหนูต้องคลอดก่อนกำหนด แม่กลัวว่าหนูจะออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ แม่กลัวว่าหนูจะออกมาไม่แข็งแรง ไม่ปลอดภัย พ่อเลยหาอะไรให้แม่ทำแทน “อะไร” ของพ่อที่ว่า คือ การตั้งชื่อลูก และหาฤกษ์ผ่าคลอด ที่ต้องผ่าคลอดเพราะคุณหมอดูแล้วว่ารกขวางช่องคลอดอยู่ ถ้าคลอดธรรมมชาติหนูจะทะลุรกออกมาแล้วแม่ก็จะตกเลือดครั้งใหญ่ อันตรายทั้งแม่และหนู
เราไปรบกวนคุณตากบให้ตั้งชื่อให้หนู คิดแบบวิธีการนับเลขให้เป็นมงคลกับนามสกุล โดยไม่เกี่ยวกับฤกษ์ผ่าคลอด มีหลายชื่อที่เหมาะกับหนู เราถึงกับให้เพื่อน ๆ พ่อกับแม่โหวตกันทางเฟซบุ๊ค แล้วเราก็ได้ชื่อที่เราชอบและเหมาะกับหนูมากเหลือเกิน “ธันยนันท์ – ผู้ร่าเริงและประสบแต่โชคดี” ตอนนี้ทุก ๆ วันที่หนูเข้านอนแม่ก็จะหอมหัวหนูแล้วบอกว่า “ราตรีสวัสดิ์นะคะ ธันยนันท์ ขอให้หนูเติบโตเป็นคนร่าเริงและประสบแต่โชคดีเหมือนชื่อนะลูกนะ”
ส่วนฤกษ์ผ่าคลอด อาม่าไปหาให้หนูได้มาเป็นวันที่ ๑๐ มิ.ย. ช่วงแปดโมงเช้า แต่หนูก็คลอดก่อนกำหนดจนได้...
เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว ทั้งคุณแม่และน้องจูนเก่งจังเลยค่ะ
อาจารย์สอนลูกศิษย์่ว่า ความเป็นความตายของเด็กในท้องขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของคนเป็นหมอ ว่าจะแนะนำพ่อแม่เด็กยังไง
น้องจูนโชคดีมากค่ะ ที่ได้เกิดเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่คู่นี้ ขอให้น้องเป็นเด็กดี สมกับที่คุณพ่อคุณแม่รอคอยและให้ความรักกับหนูนะคะ
ใกล้วันแม่แล้ว พูดตรง ๆ ปีนี้ก็เป็นปีแรกที่รู้สึกซาบซึ้งกับวันนี้มากกว่าปีไหน ๆ เลยล่ะคะ
คงไม่มีโอกาสมีน้อง ขอชื่นชมน้องจูนอย่างเงียบๆ นะคะ ยิ้มม
อ่านจบแล้ว รู้สึกว่าแกได้รับประสบการณ์ที่มีค่ามากๆเลย
ชั้นอ่านแล้วอิ่มใจ ทุกข์ใจแล้วก็กลับมาสุขใจไปกะแกจริงๆ
จะติดตามอ่านเรื่อยๆ ;)
เมื่อก่อนเวลาคิดถึงแกก็คิดถึงแกคนเดียว
แต่เดี๋ยวนี้เวลาคิดถึงแกก็จะคิดถึงจูนขึ้นมาด้วยโดยทันที
automatic ฮ่าๆๆๆ
ไว้ได้ไปกรุงเทพหลายวันจะไปหา take care ๆ
ซึ้งจังเลยค่ะ
...
ถ้าน้องโตแล้วได้มาอ่านสิ่งที่คุณแม่เขียนคงดีใจมาก